รีวิวหนัง Homestay (2018) โฮมสเตย์

เอ็งได้รางวัลนะ” เพศชายอาการลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ผู้คุม (นพชัย ชัยนามบอกผม เวลาที่พวกเรายืนเผชิญหน้ากันบนฝาผนังอาคารของโรงหมอที่หมุนกลับเช่นเดียวกันกับแรงโน้มถ่วงพลิกด้านผู้คุมไม่รอคอยให้ผมปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว เขาดึงคอเสื้อผมให้มาฟังคำชี้แจงถึงรางวัลที่วิญญาณระหกระเหินอย่างผมได้รับ ซึ่งก็คือการได้กลับมามีชีวิตอีกรอบในร่างของเด็กม.ปลายที่ชื่อ ไม่น (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ยิ่งที่พักผ่อนนิ่งอยู่ในตู้เก็บศพของโรงหมอที่นี้ จะว่าไปการได้มาอยู่ในร่างใหม่ ก็ไม่ต่างกับการอยู่โฮมสเตย์ เป็นอยู่ได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แถมยังมิได้อยู่ฟรีเนื่องจากว่าผมต้องหาคำตอบให้ได้ข้างใน 100 วัน ว่า ขอโทษเนื่องจากว่าผู้ใดกันแน่” ถ้าเกิดตอบมิได้ ผมจำเป็นที่จะต้องตายรวมทั้งจากร่าง โฮมสเตย์ นี้ไปชั่วนิจนิรันดร์

ความน่าดูสำคัญๆของหนัง คงจะเป็นการเล่นหนังใหญ่คราวแรกของ กัปตันต้นไม้ปราง BNK48 หรือ ไม้ปราง อารีย์กุล ขวัญใจของคนอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งน่าจะเป็นมูลเหตุหลักที่ทุกคนเฝ้าดูหนังหัวข้อนี้นอกไปจากว่าเป็นหนัง GDH หนังจากค่ายประสิทธิภาพที่มีคู่รักคลับติดตามทุกเรื่องอยู่แล้ว แล้วก็ยิ่งเป็นการแสดงที่พวกเรารับทราบได้มากว่าไม้ทุ่มเทให้บทนี้แค่ไหน ทั้งเป็นการกลับภาพ BNK48 ครั้งสำคัญที่จะมารับบทหนักดราม่า สุดๆแบบงี้ และก็แน่ๆความแรงของนิยายแล้วก็บทหนังก็ยังไม่มั่นใจว่าเหล่าแฟนๆผู้ถูกใจ BNK48 จะดูยังไง ว่าเป็นงานหนึ่ง หรือเป็นการฝ่าฝืนความรู้สึกแฟนคลับ(อ่านถึงที่ตรงนี้บางบุคคลวิตกกับการจะต้องไปดูหนัง ใช่ขอรับเชื้อเชิญกังวลใจไปเลย แต่ว่าจำเป็นต้องรับทราบว่าไม้ทุ่มเทกับมันขนาดนั้นจริงๆแต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่นี่เป็นงานที่รุกขชาติสามารถภูมิใจได้ และก็คุณมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลด้านการแสดงในปีล่ารางวัลที่จะถึงนี้อย่างแน่แท้

และก็สำหรับแฟนๆที่ทำใจไม่ไหวขอให้คิดแบบที่ผู้คุมบอกไม่นครับ “มันก็แค่ร่างชั่วครั้งคราว แกอย่าอินสิวะ”

ส่วนผู้แสดงหลักตัวจริงอย่าง เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ยิ่ง ที่กำลังติดหน้าติดตาผู้ชมจากผลงานเด่นที่ดังตลอดอีกทั้ง เฉลี่ยวฉลาดเกมส์ทุจริต รวมทั้ง ซีรีส์เลือดข้นคนจาง กระทั่งมาถึงประเด็นนี้ ก็เป็นการยกฐานะการแสดงที่ท้าเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าทุกหนด้วยเหตุว่าจำต้องเล่นกับอารมณ์มากมายสลับซับซ้อน อีกทั้งจำเป็นต้องหามหนังทั้งยังเรื่องด้วยตัวผู้เดียวด้วยในฐานะบทนำ ก็ทำเป็นอย่างรอบคอบพวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผู้แสดงผ่านการแสดงของเจมส์เจริญ จนกระทั่งเมื่อผู้คุมให้สติไม่นว่า “มันก็แค่ร่างชั่วครั้งคราว แกอย่าอินดิ” โน่นล่ะพวกเราถึงดึงตัวออกมาทันว่า เอ้อใช่มันเป็นชีวิตในหนัง อย่าอินสิ เนื่องจากถ้าเกิดผู้ใดอินกับตัวไม่นอปิ้งที่หนังสร้างประสิทธิภาพไว้ การันตีมีจิตตกโรคเศร้าหมองรับประทานแน่ๆ และก็อีกเช่นเดียวกันเจมส์คงจะได้ลุ้นในรางวัลด้านการแสดงจากประเด็นนี้อีกด้วยเหมือนกัน
ดาราหนังสมทบอื่นๆก็ถือว่าจับตัวได้กลั่นของแวดวงมาทั้งหมดทั้งปวงอีกทั้ง สู่ขวัญ บูลกุล มารับบทแม่ ซึ่งพวกเรามีความรู้สึกว่าคุณทำเป็นอยู่สุดแต่กลับกลายว่าคุณทำเป็นเกินความมุ่งหวังมากมาย มีความรู้สึกว่าคงจะมีลุ้นรางวัลอีกคนหนึ่งของหนังเลยล่ะ ส่วน รุ่งเรือง ควันธรรม สวมบทบาทบิดา และก็ เบสท์ ณัฐสิทธิ์ มารับบทพี่ชาย ก็จัดว่าแสดงได้สมน้ำสมเนื้อ โชคร้ายที่หนังฉบับไทยนี้มิได้ให้ที่ดินของทั้งสองมากพอพอๆกับของแม่ กระทั่งมองว่าเงื่อนน้อยลงแล้วก็ทายใจได้มาแต่ว่ากึ่งกลางเรื่องมิได้น่าจำเมื่อมีการขยี้เท่าไรนัก จะพูดว่าเป็นจุดพร่องแม้กระนั้นไม่ถึงกับข้อเสียของการปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงคราวนี้ก็ได้

มาที่ฝั่งผู้คุมซึ่งเป็นตัวละครแฟนตาซีของหนังก็ได้อีกทั้ง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม มาเป็นตัวเปิด แล้วสับเปลี่ยนเป็นร่างอื่นๆอีกทั้ง ธเนศ รากุลนุเคราะห์ อีกทั้ง พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รวมทั้งอีกคนไม่ใช่น้อย ซึ่งจริงๆหนังยังถ่ายไว้มากยิ่งกว่านี้ อีกทั้ง เผือก พงศธร ทั้งยัง เดวิด อัศวนนท์ แม้กระนั้นด้วยเวลาของหนังกว่าสองชั่วโมงก็ยาวมากเกินที่จะยัดฉากผู้คุมลงไปเพิ่มเติมอีก จนกระทั่งจำเป็นต้องตัดออกอย่างโชคร้าย ในส่วนดาราหนังสมทบก็เลยถือว่าเป็นกลุ่มดาราหนังที่พอดีเยอะที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว

ความน่าดูลำดับที่สอง ในฐานะผู้ชมภาพยนตร์ไทยคงจะเป็นการกลับมาทำหนังยาวอีกทีของ โอ๋ สง่า ตระกูลภูเขาไม่ ที่ปลดปล่อยเพื่อนรักอย่างโต้ง บรรจง ปิสัญธนะฉันล ครั้งทำหนังเรื่องแรกร่วมกันใน ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ดังมีหนังพันล้านไปแล้วกับ บิดามากมายพระโขนง (2556) ส่วนพี่โอ๋ก็ไปได้สวยกับหนังสั้นที่ได้รับคำชื่นชมสูงใน ฝนตกที่ห้วยแข้งขา (2558) และจากนั้นก็ร้างราหายหน้าหายตาไปนานพอสมควร การกลับมาของพี่โอ๋รอบนี้ก็เลยน่าเฝ้ามองอย่างสำคัญ

โดยนิยายประเทศญี่ปุ่นประเด็นนี้อาจถูกใจพี่โอ๋สูงถึงขนาดยอมทนรอเวลาปรับปรุงรวมทั้งติดต่อซื้อบทจากประเทศญี่ปุ่น กล่อมเกลี้ยงมันอย่างทรหดอดทน และก็ที่สำคัญการปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาในฉบับนี้เนื้อหารวมทั้งการเล่านั้นยกฐานะของเรื่องมาอีกขั้นเลย พวกเราจะได้มองเห็นความตั้งอกตั้งใจของพี่โอ๋กับหนังประเด็นนี้มากมายทีเดียว ผมจำต้องเห็นด้วยว่าหนังดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาได้เข้มข้นและก็น่าติดตามมากมาย ขนาดว่าเคยรู้เรื่องมาก่อนและจากนั้นก็ยังมองบันเทิงใจ แม้กระนั้นสำหรับผู้ใดกันแน่ที่พึงใจกับกรรมวิธีเล่าแบบเนิบนิ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เบาๆสะเทือนความรู้สึกพวกเราช้าๆสำหรับหัวข้อนี้มันรุกมากยิ่งกว่ารวมทั้งยิงตรงแรงในจังหวะที่ดีไซน์มาดีกว่ามากมายนะครับ ก็ตามทีรสนิยมผู้ชมว่าจะถูกใจไหม เนื่องจากว่าเนื่องจากว่ามันเป็นดราม่าหนักถึงจะฉาบด้วยความเป็นแฟนตาซีริลเลอร์ให้ย่อยง่ายดายมากยิ่งขึ้นก็เหอะ มันบางทีอาจผิดรสคนธรรมดาทั่วไปเท่าไรนัก ยิ่งกับคนชอบดูหนังคนไทยนี่หนังดราม่ามุ่งมั่นนับเป็นของผิดโฉลกมากแค่ไหนด้วย
ความน่าดูถัดมา เป็นการที่มันเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่นำวรรณกรรมประเทศญี่ปุ่นสมัยใหม่อย่าง Colorful ของ เอโตะ โมริ หรือนิยายฉบับแปลไทยใช้ชื่อว่า เมื่อสรวงสวรรค์ให้รางวัลผม อีกทั้งเคยถูกนำไปสร้างเป็นหนังแอนิเมชั่นประเทศญี่ปุ่นในชื่อ Colorful (2010) มาก่อนด้วย นับเป็นก้าวเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับภาพยนตร์ไทยแบบเดียวกันนะ เพราะเหตุว่าก่อนหน้าแม้ว่าจะมี อุนาฬิกาก์เขาหินเมือง ก็เป็นการดัดแปลงแก้ไขจากหนังประเทศญี่ปุ่น ราโชมอน มากยิ่งกว่าตัวนิยายโดยตรง แถมยังเป็นนิยายสมัยเก่าด้วย

หนังมีการปรับเนื้อหาต่างๆไปหลายสิ่ง ตั้งแต่ผู้แสดงที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเด็กม.ปลายซึ่งเล่นอะไรได้มากกว่าในฉบับนิยาย และก็สามารถเล่นข้อความสำคัญที่มองร้ายแรงแบบคนแก่ได้กับเรื่องมากขึ้น ทั้งยังลักษณะของผู้คุมที่ในฉบับประเทศญี่ปุ่นจะมาในรูปลักษณ์ของเด็กผู้ชายอายุใกล้เคียงกับดารานำชายและไม่ได้มีท่าทางรุกรามเท่าฉบับไทย หนังยังคงใช้ความเป็นหนังสืบสวนแบบเป็นจริงเป็นจัง มากยิ่งกว่าที่จะเป็นการค้นหาความหมายของชีวิตซึ่งเป็นแก่นแท้รวมทั้งการเล่าเรื่องในฉบับประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งมิได้กำหนดข้อแม้ประเด็นการค้นหาความเป็นจริงแล้วก็เวลาจำกัดให้บีบคั้นนักแสดงเท่าฉบับไทยด้วย ที่ตรงนี้ก็เลยเป็นข้อดีของหนังเวอร์ชั่นไทยที่มองบันเทิงใจกว่า อินกว่า รู้สึกกับนักแสดงมากยิ่งกว่า จนเกือบจวนเจียนจะสร้างความเป็นออริจินัลของตนได้เลย แต่ว่าก็โชคร้ายเพราะว่าหนังยังจำต้องโดนกรอบด้วยการตีความหมายของนิยายไว้ ทำให้ไม่อาจจะเล่นกับตอนสุดท้ายได้มากนัก คนใดเคยดูฉบับประเทศญี่ปุ่นมาเป็นไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์เลยครับผม
ส่วนตัวแอบคาดหมายตลอดการมองว่าหนังจะตีความหมายใหม่ยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นคำว่าโฮมสเตย์ หรือแกอย่าอินสิมันเพียงแค่ร่างชั่วครั้งชั่วคราว แม้กระนั้นท้ายที่สุดหนังก็ไม่สามารถที่จะดึงจุดนี้ขึ้นไปแทนที่ในตอนไคลแม็กส์ของหนังได้ เนื่องจากมันจำเป็นต้องเลิกที่ว่าผู้ใดกันฆ่าซึ่งจริงๆเป็นเพียงแค่ทางผ่านของแก่นแท้เพียงแค่นั้น ยิ่งการที่ผู้กำกับเน้นย้ำมาทางนี้ยิ่งขยายด้วยปรัชญาแบบพุทธได้แยบคายมากยิ่งกว่าด้วย อันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นโดยส่วนตัวนะครับ เพราะเหตุว่าเป็นโอกาสของผู้กำกับอยู่แล้วว่าต้องการจะเล่นเพียงแค่ที่ตรงนี้
ด้านซีจีของหนังถือว่าพอดิบพอดีและก็สมจริงสมจังมากมาย ช่วยสร้างบรรยากาศแฟนตาซีได้สะดุดตา อันนี้จำต้องสรรเสริญไปถึงงานด้านภาพที่เล่นสีตัดแล้วก็การสื่อความได้ดิบได้ดี ถึงแม้บางฉากจะมองหลุดไปเป็นสีการ์ตูไปนิดแต่ว่าก็กับการแปลความฉากนั้นๆด้วย
ท้ายที่สุดนี่เป็นหนังที่พวกเราควรจะเอาหัวว่างเปล่า ไม่รับทราบอะไรมากมาย แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยศึกษาไปกับผู้แสดง ด้วยเหตุนี้ไม่สมควรโดนสปอยล์ก่อนไปดูเลยขอรับ

รีวิวหนัง Big Eyes – ติสท์ลวงตา

เรื่องย่อหนัง

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจรอดูหนังของผู้กำกับสุดเซอร์อย่าง ทิม เบอร์ตั้น อย่างใจจดใจจ่อ สำหรับ Big Eyes ได้วางเรื่องราวที่น่าดึงดูดทีเดียว เรื่องราวที่สร้างอิงมาจากความจริง โดยพูดถึงภาพงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่เป็นภาพของเด็กสาวตาลุกที่ดังในสมัย 50-60 ผลงานการวาดของ มากาเร็ต คีน (เอมี่ อดัมส์) แม้กระนั้นผลงานนั้นกลับถูก วอลเตอร์ คีน (คริสโคนฟ วอลทซ์) ผัวของคุณเอง อ้างสิทธิว่าเป็นฝีมือการของเขา ก็เลยทำให้มากาเร็ตกล่าวกล่าวหาวอลเตอร์นั้นลักขโมยภาพลายเส้นของคุณ ศาลก็เลยวินิจฉัยให้ทั้งคู่วาดภาพแข่งขันกัน โดยมีข้อตกลงว่าใครกันแน่วาดภาพเด็กสาวตาลุกได้ราวกับต้นฉบับมากยิ่งกว่าก็จะเป็นผู้ชนะในคดีนี้ไป นอกเหนือจากมีเรื่องมีราวของรูปวาดสุดสวยเป็นข้อความสำคัญในเรื่องแล้ว เรื่องความรักความเกี่ยวพันก็ดูเหมือนจะดราม่าเข้มข้นไม่แพ้กัน นอกเหนือจากนั้นภาพยนตร์ประเด็นนี้ยังมีเรื่องมีราวราวของจิตวิญญาณความรู้สึกที่นักแสดงจะบรรจงประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นรูปภาพแต่ละรูปให้ติดตามอีกด้วย

วิภาควิจารณ์ หนัง

Big Eyes (Tim Burton / USA / 2014)
 
เป็นหนังของ Tim Burton ที่เล่าได้สมจริงสมจังเยอะที่สุดเรื่องหนึ่ง นอกจากนักแสดงฉลาดแกมโกงอย่าง Walter Keane (Christoph Waltz) กับความวิปลาสบอในฉากศาลแล้ว ความแฟนตาซีพิลึกกึกกือที่พวกเราติดตาเป็นลายเซ็นเด่นที่ดูแล้วจะมีผลให้พวกเรารำลึกถึง Tim Burton ได้ก็มีให้มองเห็นแม้กระนั้นในรูปภาพวาด Big Eyes ของผู้แสดงนักแสดงในเรื่อง
 
เรื่องราวการเดินทางแล้วก็การต่อสู้ของ Margaret Keane (Amy Adams) หญิงหม้ายลูกติดที่ถูกภาวะด้านสังคมบังคับบ่งบอกถึงถึงสถานะทางด้านสังคมของหญิงในยุคนั้นผ่านทัศนคติทางศิลป์ได้กระจ่างดีทีเดียว รวมๆแล้วพวกเราเพลิดเพลินเจริญใจมากมาย หลายๆฉากบรรยากาศเสมือนนั่งมองอยู่ในแกลเลอรี่ บันเทิงใจกับการกวาดสายตามองรูปภาพต่างๆ
 
เรื่องราวการเก็บกดและก็ต่อสู้เพื่อสิทธิ์ในผลงานของตนเองที่จริงจริงในฐานะนักแสดงคนหนึ่งก็น่าเอาใจช่วยและก็บันเทิงใจกำลังดี  ผู้ใดกันที่หมดไฟสำหรับเพื่อการดำเนินการ  หรือหดหู่กับแนวทางออกในชีวิตการทำงานศิลป์บนทางเท้าของการเจริญเติบโตเปลี่ยนไปเป็นนักแสดง  ลองมอง Big Eyes อย่างต่ำภาพงามๆมากมายความหมายกลุ่มนี้บางทีก็อาจจะสร้างแรงดลใจสำหรับเพื่อการสร้างงานให้ได้มากมายเลย